Feeling

บางครั้ง ถ้าไม่คิดอะไรมาก มันก็คงจะเป็นการปล่อยให้สิ่งๆหนึ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ผ่านพ้นไปง่ายดาย
แต่ถ้ามันไม่ใช่ เรื่องราวเหล่านั้น มันก็มักจะกลายเป็นเข็มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงให้เจ็บอยู่เสมอ

เคยรู้สึกกับการที่ถูกหักหลัง
กับการที่เราไว้ใจใครซักคน แต่คนๆนั้นกลับทำให้เราเสียความรู้สึก
จะเรียกได้ว่าเป็นความโง่ของเราเอง หรือจะให้บอกว่าคนๆนั้นเลว?

ก็ถามตัวเองบ่อยๆเหมือนกันว่า
ทำไมสิ่งเหล่านี้ถึงได้เกิดขึ้นราวกับการฉายหนังซ้ำไปซ้ำมา
ทั้งๆที่คิดว่ามันควรจะจบได้แล้ว แต่ก็ไม่

หลายต่อหลายหนที่เราทอดถอนใจโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
การเฝ้ามองคนที่เดินผ่านเราไป
แล้วก็ย้ำคิดในความรู้สึกของตัวเองว่า
ชีวิตคนเราล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
แล้วจะไปเอาอะไรกับมันมากมายนักล่ะ

คล้ายๆกับการที่คนเราเลือกเกิดไม่ได้
และถึงแม้จะสามารถเลือกทำให้บางอย่างได้
เลื่อกที่จะคบเพื่อนแบบไหนก็ได้
แต่บางครั้ง การเลือกของเรา มันก็เหมือนกับเลือกไม่ได้เสียมากกว่า

คงทำได้แค่ทำใจให้คิดว่ามันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ให้มันผ่านพ้นไปอีกวัน อีกหลายๆวัน อีกเดือน อีกปี
จนกว่าจะลืมมันไปจริงๆนั่นแหละ

ตอนนี้กุทำงานเหนื่อยมั่กมากกกกก

ไม่ได้เล่นเนตมาหลายเดือนแล้ว

บอร์ดกูก้อเลยหายสาปสูญไปด้วย

แต่ยังไงก้อเฟิร์มว่าจะกลับมาแน่ๆ

(อีกกี่ปีไม่รุว่ะ)

คิดถึงน๊า

(จาบอกว่า นี่เปนเวบเดวที่กุแอบเข้าจากเนตที่ทำงานได้ว่ะ แสรดดดดด)

ไม่ได้มาเขียนนานมากเหมือนกัน หลังจากที่ผ่านมาก็ทำแต่งานๆๆๆๆ
เก็บเงินไปหาลูกๆ 5555
ไลฟ์คราวนี้รู้สึกว่ามันช่างยาวนานเหลือเกิน
ถึงแม้ว่าจะเป็นรอบสุดท้ายของปีนี้
ใจหายเหมือนกันนะ เหมือนกับสิ่งที่เรารัก เริ่มที่จะแตกสลายไปทีละน้อย

ทั้งตัวของตัวเอง ทั้งFAKE? ทั้งคนที่เรารัก ทั้งครอบครัว เพื่อน และความหวัง

คำถามที่ถามตัวเองหลายต่อหลายครั้งว่าทำไม ทำไม และ ทำไม
ทำไมเรื่องพวกนี้จะต้องมาเกิดกับเราด้วย
และทำไมมันถึงไม่ผ่านไปเสียที
คิดไปคิดมา เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาครั้งนึงแล้ว
และมันก็ยากเย็นเหลือเกิน กว่าจะผ่านมันไปได้

ความรู้สึกที่ว่า แทบไม่อยากจะหายใจอีกต่อไป
ทั้งท้อแท้ เหนื่อย และโศกเศร้า
มันกลับมาอีก ยาวนานและรุนแรงกว่าเดิม
ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป

ไม่หนีมัน ก็เผชิญหน้ากับมันซะ

ว่าแต่ถ้าจะหนี จะมีหนทางให้หนีรึเปล่า
และถ้าคิดจะเผชิญหน้า สิ่งที่เราต้องเจอกับมันคืออะไร

รู้ดีว่าการจมอยู่กับความทุกข์และทำร้ายตัวเอง ไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น
แต่มันก็ยังดีที่มีความรู้สึกอยู่ล่ะนะ
เพราะมันตอนนี้กำลังว่างเปล่าไปหมดแล้ว อย่างน้อย
ถ้าความเจ็บจะพอทำให้นึกได้ ว่าเรายังมีชีวิตอยู่

ก็เท่านั้นละมั้ง...

ไม่มีไรมาก วันนี้ให้อารมณ์เหมือนกับเจอ call โรคจิต
อย่างที่เคยบอกว่าไอ้เจ้ทำงานเป็น call agent ให้กับ air lineๆ หนึ่ง
แล้วก็มักจะมีคนโทรเข้ามาreconfirm flight อยู่เป็นประจำ
แต่วันนี้ ปรากฏว่ามีคนโทรเข้ามาถามเกี่ยวกับไฟล์ๆหนึ่ง บ่อย มากกก

"พี่ โทษนะคะ ไฟล์ทxxx มีผู้โดยสารที่ชื่อ ชอง ... ซีวอน มั้ย"
"เช็คชื่อผู้โดยสารหน่อยค่ะ ชื่อ c.. siwon..."

" ถามรายชื่อหน่อยค่ะว่า siwon...มาไฟล์ทนี้รึเปล่า.."

โว้ยยยยย จะวอนอะไรกันนักหนา สายที่สี่ที่ห้า แม่งก็วอน(ตีน)อยู่นั่น
แต่ก็เออ..ว่ะ ชื่อคุ้นๆ
เพิ่งมาเก็ทว่าเป็นดาราเกาหลี
อ่ออ โทษทีนะคะ บังเอิญกุไม่ใช่พวกเกาหลัง ไม่เคยดูหนังเกาหลี
แต่ถ้าเกา...(ปี้บบ) อันนี้บ่อยค่ะ 55555 (คัน)

ไม่มีไรมาก คนเค้าเป็นแฟนก็ต้องติดตามข่าวกันเป็นธรรมดา
แต่ถ้าจะถามว่า แล้วเมิงเอามาเล่าด้วยความรุสึกยังไงละวะ..

ขอตอบ... กุรำคาญ

5555

ปายนอนละ

กลายเป็นไดอารี่หลังเลิกงานไปแล้ว(มั้ง?)
เวลาที่มีอะไรติดใจ ก็มักจะเอามาเขียน
เผื่อว่าจะคลายความสงสัย(กังวล?)ที่มีอยู่ในใจ
ให้มันลดน้อยถอยลงไปบ้าง

วันนี้ก่อนจะเลิกงาน (4ทุ่ม) ก็เตรียมเก็บข้าวของ
จากนั้นก็ยกมือไหว้ลารุ่นพี่ที่เป็นหัวหน้าทีมที่ทำงานด้วยกัน
มีคำๆนึงที่รู้สึกติดใจ

" อืมม น้อง...นี่ดูเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมากเลยนะ.."
พี่เค้าพูดยิ้มๆ ...

ก็นั่งคิดมาตลอดทางที่นั่งรถกลับบ้านจนถึงตอนนี้
คุยกับเพื่อนในเอ็ม ... ก็เพิ่งรู้ว่ามันหมายถึง
...การเป็นคนที่ไม่สุงสิงกับใคร...

คิดๆไป มันก็จริงแฮะ
ไม่ใช่ว่าไม่มีเพื่อนเลยหรอกนะ แต่การที่เรารู้สึกว่า
อยากจะทิ้งระยะห่างจากคนอื่นเอาไว้แบบนี้
มันอาจจะรู้สึกแปลกก็ได้ ที่จะนั่งทำงานแยกออกมาจากกลุ่มเพื่อน
พักกลางวันก็นั่งกินข้าวคนเดียว เวลาที่เหลือก็ไปร้านหนังสือ
เลิกงานก็กลับบ้าน เวลางานก็ทำงาน ไม่เคยจับกลุ่มเม้าท์กับใคร
สิ่งที่ติดตัวตลอดคือ ipod headphone และ หนังสือการ์ตูน
ไม่งั้นก็โทรคุยกับเอ้ช่วงเบรค ไม่ก็ระหว่างทางกลับบ้าน
พอถึงบ้านก็ทักทายกับคนที่บ้าน2-3คำ
จากนั้นก็เดินขึ้นห้อง อ่านหนังสือ เล่นเนต ไม่ก็โทรศัพท์คุยกับเอ้

.... เป็นแบบนี้มาตลอด

เอ่อ...นี่กูไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นเลยงั้นเรอะ???

ทีแรกก็คิดว่าจะปล่อยให้มันผ่านๆไป ไม่อยากสนใจ แต่แล้วมันก็ไม่สามารถสลัดความรู้สึกบางอย่าง เกี่ยวกับมุมมอง และทัศนคติต่อการทำงานอย่างจริงๆจังๆนี้ได้

เอาเป็นว่าไอ้เจ้ทำงานเป็น outsourcing call agent ให้กับ air lineๆ หนึ่งก็แล้วกัน
เมื่อวานตอนที่พักกลางวันเสร็จ กำลังจะเดินกลับขึ้นไปทำงาน รปภ ก็เข้ามาบอกให้ช่วยคุยกับลูกค้าให้หน่อย เกี่ยวกับโทรศัพท์สาธารณะที่อยู่ในออฟฟิส

ลูกค้ากลุ่มนั้นมากัน3คน ต้องการโทรศัพท์ไปต่างประเทศโดยใช้การ์ด แต่ปรากฏว่าไอ้โทรศัพท์ที่มีมันเป็นdomestic ไม่สามารถโทรออกได้ ไอ้เจ้ก็อธิบายไปว่ามันใช้ไม่ได้ยังไง
ชาวต่างชาติกลุ่มนั้นสอบถามได้ใจความว่ามาจากศรีลังกา ต้องการโทรกลับประเทศด่วน
ดูท่าทางเค้าร้อนรน ไอ้เราก็อยากจะช่วย เลยเดินเข้าไปถามพี่ที่หน้าfront ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่reservation เค้าน่าจะช่วยได้ อย่างน้อยก็ภาษาดีกว่าเรา

คนแรก พอเราบอกไปว่า "พี่คะ ลูกค้าเค้าต้องการใช้โทรศัพท์ต่างประเทศ เรื่องด่วน.. แถวนี้มีตู้ที่ใช้การ์ดโทรได้มั้ย? "
เค้าก็มองหน้าเฉยๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จนมีอีกคนนึงมา ก็บอกไปแบบเดียวกัน เค้าก็บอกว่า " ไม่รู้เหมือนกัน.." ซึ่งมันน่าผิดหวัง ไม่ว่าจะในสายตาของพนักงานที่นี่คนหนึ่ง หรือคนนอก แม้กระทั่งลูกค้าเอง ซึ่งเค้ามาใช้บริการ แต่กลับไม่ได้รับความใส่ใจ เพราะถือว่า " ธุระไม่ใช่" พูดง่ายๆก็ " ไม่เกี่ยวกับกู "

ไอ้เจ้หันกลับไปถามผู้ชายคนนึง ที่ดูจะเป็นหัวหน้าเพราะมีอายุมากสุดในนั้นว่า
"เรื่องด่วนจริงๆใช่มั้ย?"
เค้าก็ตอบว่า ด่วนมาก... เห้ออ เอาวะ

ก็เลยขอเบอร์โทรที่เค้าจะติดต่อ แล้วก็เอามือถือตัวเองกดไป
งมกันอยู่พักนึง เพราะเบอร์ที่เค้าให้มามันผิด ก็ไอ้ตัวเลข 001 009 ไรเนี่ยแหละ
ซักพักก็โทรติด แล้วก็ให้เค้าคุยไป เบ็ดเสร็จ 3นาที
ไอ้เจ้ไม่รู้หรอกว่าโดนไปเท่าไหร่ ก็ถือว่าช่วยๆกันไป

โทรเสร็จ เค้าก็ถามว่า ผมต้องจ่ายคุณเท่าไหร่?
ในใจตอบว่า ..กูจะรู้มั้ยว่านาทีละกี่บาท
ก็บอกไปว่าไม่เป็นไร เราไม่เอาหรอก แล้วก็สอนวิธีกดเบอร์ที่ถูกต้องให้
คราวหน้าจะโทร ก็ไปหาตู้เองละกัน
เค้าก็ชวนคุยแป้บนึง แต่เห็นว่ามันได้เวลาทำงานแล้ว ก็เลยขอตัว
ก่อนนั้น เค้าถามว่า คุณทำงานที่นี่เหรอ? เป็นพนักงานที่นี่?
ก็ตอบไปว่าใช่ เค้าก็ขอชื่อไป จะส่งการ์ดมาขอบคุณ
ก็ให้ชื่อเค้าไป แล้วก็วิ่งขึ้นไปทำงานต่อ

เรื่องเป็นอันจบไป แต่สิ่งที่ไม่จบคือความรู้สึกขัดแย้งในตัวเอง
อย่างแรก นี่กูทำเรื่องโง่ๆลงไปอีกรึเปล่า ให้ใครก็ไม่รู้ใช้มือถือโทรไปเมืองนอก
รวยมากใช่มั้ย? แล้วทำไมคนอื่นถึงไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย?
ทำไมคนพวกนั้นมันไม่มีมือถือของตัวเองรึไง(วะ)?
ทำไมไม่ให้มันไปหาโทรตู้ข้างนอกเอง?
ช่างเหอะ ก็แค่ความรู้สึกขัดแย้งนิดๆ
รู้แต่ว่า ที่ทำไป ไม่ใช่เพราะไอ้เจ้อยู่ในฐานะของ พนักงานบริษัทนี้
ที่จะต้องมารักษาหน้าตาหรือความดีงามให้กับบริษัท
แต่กูทำไปเพราะเห็นแก่มนุษย์ด้วยกัน เมื่อเขาเดือดร้อน เราช่วยได้ก็อยากช่วย
แค่นั้น...

แต่ก็นั่นแหละ คำถามสุดท้าย

ทำไมอีพวกเวรทั้งหลายนั่น ไม่มีจิตจะสำนึกแบบนี้บ้าง
ทั้งๆที่ก็กินเงินเดือนมากกว่ากู2เท่า

จบข่าว...



เหนื่อย...

แค่นั้นละคับ

ชีวิตเริ่มเดินไปตามวิถีทางของมันแล้วล่ะ
สบายๆมาซะเคยตัว ทุกวันนี้ก็ต้องปรับให้มันเป็นไปตามวัยและเวลาละนะ

ได้งานทำแล้วล่ะคับ ช่างเป็นอะไรที่ไม่เข้ากับอิมเมจตัวเองเลยชะมัด
งานcall centerเนี่ย มันเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายจริงๆ
มันไม่ใช่แค่การรับโทรศัพท์ ดัดเสียงสวย
แต่มันเทียบเท่ากับการบริหารทุกส่วนของร่างกายไปด้วยในตัว โดยเฉพาะสมอง

ถึงจะเพิ่งเริ่มงานไปเกือบ 1 อาทิตย์ แต่มันก็หนักหน่วงราวกับทำมาทั้งเดือน
งานที่การบินไทยใครจะว่ายาก มันก็ไม่ยาก จะว่าง่าย มันก็ไม่ง่ายอีกนั่นแหละ
ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างtraining แล้วก็observeงานของพวกรุ่นพี่ๆไปด้วย

มีงานทำมันก็ดีนะ จะได้มีเงินไปถลุงเลี้ยงลูกๆ 555
แต่อีกใจ... อยากจะแหกปากแล้วละคับ
ไม่มีเวลาได้ซ้อมกันเลย เพลงที่เลือกไว้เยอะแยะมากมาย
พอมือกลองขอลาออกไป วงเราก็เลยชะงักไปด้วย
แต่มันก็คงจะมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง

ถึงตอนนี้จะยังบริหารเวลากันยังไม่ลงตัว
แต่ซักวัน พวกเราก็คงจะทำได้ดีกว่านี้นะ
เพิ่งคิดชื่อวงกันได้ไม่นานนี้เองล่ะ

99$ ช่วยจำกันไว้หน่อยนะ

อยากบอกว่าไอ้พวกมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ
ก็ไฟแรงไม่แพ้เด็กๆเค้าเหมือนกัล... อิอิอิ

เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ใจเย็นเอามากๆ
ไม่ก็ใจดีเสียจนทำให้คนอื่นได้ใจ

แต่พักนี้รู้สึกว่าตัวเองใจร้อนขึ้น นิดนึง(มั้ง)
เค้าว่ากันว่า คนเรา เวลาเก็บอะไรไว้มากๆ
พอถึงเวลาระเบิดออกมาครั้งนึงแล้ว
ครั้งต่อๆไป มันจะออกมาง่ายชนิดที่เรียกว่า ไร้การควบคุม

อาจจะจริงก็ได้

เมื่อถึงจุดที่ตัวเองคิดว่า ไม่จำเป็นต้องทนอะไรอีกต่อไป
ก็กลายเป็นคนที่อารมณ์เปราะเหลือเกิน

นี่มันเป็นผลจากที่เป็นคนที่อดทนมาตลอดรึเปล่า?

Fly .. so far away
Hope these wings will bring me to you soon
Eventhough It's only dream
But I do need to make it true

I am the daydreammer
Who's not give it up ... never
Still alive ... that I still do love
No mension if you gave me hurt

It may be fake...
or so real for me
Only thing I know
just do it ... all I could be